Wednesday, August 21, 2013

สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๓๔ (ไอศครีม แบบไทย)

76586_8726371155
ไอศกรีมมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่รู้ รู้แต่ว่ามีการนำเครื่องทำน้ำแข็งเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2432
โดย เจ้านายเป็นคนนำเข้ามาจากสิงคโปร์ ประมาณงว่าไอศกรีมน่าจะแพร่หลายเมื่อสัก 50-60 ปีที่แล้ว ครั้งแรกมีขายในเรือก่อน ซึ่งเหมือนกับการขายก๋วยเตี๋ยว ขายกาแฟ แล้วเจ้าเก่าก็เป็นคนจีนอีกนั่นแหละ ที่พายเรือขายไปตามชุมชนริมน้ำ ตามเรือนแพ และตามท่าเรือโดยสารไอศครีมทอด


ไอศกรีม ครั้งแรกๆ นั้น เป็นน้ำกะทิที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียดใสๆ รสหวานไม่มาก และมีกลิ่นหอมของดอกนมแมว ไอศกรีมน้ำกะทิที่ใส่ในถ้วยแก้วนั้น ต้องโรยหน้าด้วยเม็ดถั่วลิสงคั่ว เด็กๆ ที่หัดกินครั้งแรกนั้นมักจะรู้สึกในตอนกินว่า มันเย็นวิ่งจี๊ดแล่นขึ้นไปถึงสมอง แต่ถึงจะเย็นจี๊ดอย่างไรก็ชอบกิน ตอนนั้นไม่เรียกว่าไอศกรีมจะเรียกว่าหวานเย็น อย่างดีก็เรียกว่าไอติม ซึ่งเมื่อตอนนั้น ราคาเพียงถ้วยละสลึงเดียวไอศครีมทอด
เวลานั่งในเรือนแพกินนั้น ถ้าเขาใส่ในกระป๋องนมที่ทุบปากฝาเรียบร้อยแล้ว เขาต้แงขอกระป๋องคืน เอาไว้ขายคนอื่นต่อไป


ถัง ไอศกรีมแบบก่อนๆ ต้องคอยเอาเกลือเม็ดโรยตรงช่องถังน้ำแข็งด้านนอก แล้วคนขายขยับหมุนถังไอศกรีมชั้นในอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ไอศกรีมน้ำกะทินั้นใสหรือเหลวเกินไป และเมื่อหมดยุคของการขายไอศกรีมทางเรือ ไอศกรีมน้ำกะทิก็ขึ้นมาขายอยู่บนบกตามชุมชนหรือตลาดห้องแถวริมน้ำ ไปตลาดห้องแถวไม้ที่ไหนก็มีกิน แม้กระทั่งเมื่อสัก 20 กว่าปีที่แล้ว ก็ยังพอมีไอศกรีมแบบนั้นอยู่บ้างไอศครีมทอด

จาก ไอศกรีมน้ำกะทิใสๆ นั้น ก็เริ่มพัฒนาขึ้น ตอนนี้เข้มข้นขึ้นแล้ว ใส่ลอดช่อง เม็ดแมงลัก และขนุนที่ฉีกเป็นชิ้นยาวๆ เล็กๆ ส่วนกลิ่นดอกนมแมวนั้นไม่ค่อยมีอีกแล้ว จะมีกลิ่นหอมของขนุนแทน ความอร่อยของไอศกรีมแบบนี้ นอกจากรสหวานของไอศกรีมแล้ว ยังมีความอร่อยของลอดช่อง ของขนุน และเม็ดแมงลัก ที่แข็งโป๊ก ตอนนั้นเรียกชื่อเป็นไอศกรีมกันแล้ว ส่วนราคาก็จะแพงขึ้นด้วย อาจจะเป็นจำนวนบาทแล้วไอติมทอด

ไอศกรีม แท่งก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กันด้วย เป็นไอศกรีมอีกรูปแบบหนึ่ง ลักษณะแข็งเป็นแท่งกลมๆ ยาวๆ มีก้านไม้ไผ่เสียบสำหรับจับ และมีหลายชนิดเพิ่มขึ้น มีทั้งไอศกรีมกะทิและทำด้วยนม ที่ใช้นมข้นหวานผสมน้ำหวานสีแดงเป็นแท่งสีชมพูๆ แล้วมีอีกแบบคือช็อกโกแลตด้วย มีไอศกรีมถั่วดำ ที่เม็ดถั่วดำจะอยู่ตรงส่วนบนส่วนล่างเป็นกะทิ แบบเผือกก็มี ราคาไอศกรีมแท่งนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นแท่งละสลึงหรือห้าสิบสตางค์

วิธี การขายไอศกรีมแท่งมีสองอย่าง อย่างแรกเป็นเด็กขาย จะเอาไอศกรีมใส่กระติกใหญ่ มีฝาเป็นไม้ก๊อกปิด และกระติกนั้นจะใส่ในตะกร้าหวาย มีหูสำหรับสะพายได้ เด็กขายไอศกรีมจะเดินไปตามซอย พร้อมสั่นกระดิ่งทองเหลืองไปด้วย ปกติกระติกใส่ไอศกรีมนั้นใส่ไอศกรีมแท่งได้ไม่มาก เด็กขายไอศกรีมขายเดี๋ยวเดียวก็หมด ก็เด็กที่ขายนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กนักเรียน เมื่อเลิกเรียนแล้วก็มาขายไอศกรีมพักหนึ่งแล้วกลับบ้าน
อีกแบบหนึ่งเป็น ผู้ใหญ่ที่ขี่รถจักรยานขาย มีถังสังกะสีเป็นถังไอศกรีม ใส่ไอศกรีมได้มากกว่าและหลายชนิดกว่า ซึ่งจะมีกระดิ่งติดอยู่กับแฮนด์รถจักรยาน คนขายขี่ไปแล้วสั่นกระดิ่งไปด้วย มีวิธีสร้างแรงจูงใจกับเด็กๆ คือ มีไม้เสี่ยงโชค คนขายจะทำแท่งไม้ไผ่เล็กๆ รวมกันหลายแท่ง ซึ่งมีทั้งแท่งสั้นและแท่งยาว แล้วให้เด็กดึงไม้จากกำมือ เป็นไม้สั้นจะได้ไอศกรีมสองแท่ง ถ้าดึงแท่งไม้เป็นแท่งยาวจะได้ไอศกรีมแค่แท่งเดียวไอติมทอด

รถ จักรยานขายไอศกรีมนั้นอยู่ยืนยงนานมาก มีไอศกรีมนมอีกแบบหนึ่งมีสีต่างๆ ลักษณะของแท่งไอศกรีมเป็นแท่งกลมๆ ใหญ่ๆ ห่อด้วยกระดาษขาวบางๆ เมื่อเด็กเลือกซื้อแบบไหน จะเอาราคาเท่าไหร่ คนขายจะเอาไอศกรีมนั้นมาตัดบนเขียงไม้โดยตัดขวางแล้วเอาก้านไม้ไผ่เสียบ ผมว่าไอศกรีมแบบนี้ไม่ค่อยอร่อย และไอศกรีมแบบนี้แหละตามต่างจังหวัดมีขายเยอะ ขายอยู่ตามท่ารถโดยสาร

ไอศกรีม กะทิก็ยังไม่เสื่อมสลายซึ่งมีหลายชนิดเพิ่มขึ้น มีเจ้าหนึ่งตรงบางซ่อน มีไอศกรีมกะทิรสหลากหลายมาก แถมยังมีบริการใส่ถังสเตนเลสสำหรับคนซื้อไปเลี้ยงในงานต่างๆ

ยัง มีไอศกรีมอีกแบบหนึ่งซึ่งคนกรุงเทพฯ นิยมไปกินกันมาก เรียกว่าไอศกรีมไข่แข็ง จะขายอยู่ที่ถนนเจริญกรุงใกล้กับถนนบริพัตรและใกล้ๆ กับสะพานเหล็ก มีอยู่หลายร้านขายแต่ไอศกรีม เป็นไอศกรีมวานิลลาแบบสมัยใหม่ แต่เมื่อมีคนสั่งจะตอกไข่ไก่ดิบลงในถังไอศกรีม ปล่อยให้มันแข็งตัวพักหนึ่งแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟลูกค้า

ภาย หลังย่านนั้นเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจใหม่ ร้านไอศกรีมไข่แข็งหมดไป แต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว มีร้านขายไอศกรีมกะทิที่สวนหลวง ถนนบรรทัดทอง ใส่ไข่แข็งด้วย แต่พอมีวิกฤตการณ์ไข้หวัดนก มีการระวังเรื่องการกินไข่ไก่สดๆ การเอาไข่ไก่สดใส่ไอศกรีมของร้านนั้นก็เลิกไป ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีถือว่าเลิกไปเลย

เมื่อ 40 ปีที่แล้วไอศกรีมแบบตะวันตกเข้ามาแพร่หลาย รุ่นบุกเบิกครั้งแรกจะมีขายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย มีร้านไอศกรีมยี่ห้อ Pop มีไอศกรีมหลายอย่าง เช่น รสวานิลลา ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี ที่นิยมคือไอศกรีมเหล่านั้นใส่เจลลีด้วย อย่างที่พิเศษที่สุดคือ Banana Sprit เป็นไอศกรีมทั้ง 3 ชนิดอยู่ในกล้วยหอม แล้วถ้าใครกินไอศกรีมหนีบกล้วยนี่ต้องรวยด้วย เพราะแพงกว่าไอศกรีมอย่างอื่นๆ ร้าน Pop นี่เป็นร้านไฮโซ ซึ่งเหล่าไฮโซนั้นเมื่อจะดูภาพยนตร์ต้องไปกินไอศกรีมที่นั่น ต้องไปก่อนเวลาฉายนานๆ แล้วนั่งกินไอศกรีมนานๆ พวกดาราภาพยนตร์ไทยก็เหมือนกัน ที่ชอบนั่งแช่โชว์ตัวที่นั่นด้วยเหมือนกัน

 

อ่าน เรื่องอย่างนี้แล้วก็อดนึกถึง วันคืนดีดี ที่ได้เดินกินไอศกรีม อยู่ตามย่านตลาดฉัตรไชย สมัยยังเด็กกันไม่ได้ โดยเฉพาะไม่รู้ทำไม คิดถึง 'ลอดช่องลุงดำ' ขึ้นมาได้ซะอย่างนั้น เอาเป็นว่า เก็บเรื่องนี้มาฝากก่อน แล้วตอนต่อๆไป เรามาสารธยายเรื่องลอดช่องลุงดำกันนะพี่น้องชาวหัวหิน...สวัสดี

 

ขอบคุณเรื่องโดย : สุธน สุขพิศิษฐ์ : โพสท์ทูเดย์

ไอศครีมกะทิสดรสอร่อย

Picture11974_thumb_up
ไอศครีมกะทิสดรสอร่อย

สูตรนี้ น้ำหนักรวมอยู่ที่ 8.5 กิโลกรัม ส่วนผสมของสูตรจะฟู จะได้ไอศครีมมากกว่า
สูตรที่ 1 แต่น้ำหนักน้อยกว่า ไอศครีมทอด
วัตถุดิบ
1.น้ำกะทิสด 5 กิโลกรัม (คั้นมาจากเนื้อมะพร้าวขูด 6 กิโลกรัม)ไอศครีมทอด
2.น้ำตาลทรายขาว 1.6 กิโลกรัมไอศครีมทอด
3.หัวนมผง 200 กรัม (ให้ใช้หางนมจะดีกว่า ฟูดีกว่า นุ่มกว่า มีขายที่ร้าน
อุปกรณ์เบเกอรี่
4.หางนมผง 200 กรัม
5.แป้งมันสำปะหลัง 200 กรัม(ตรามังกร)**ถ้าใช้แป้งข้าวโพดจะหรอยหวาแป้งมัน
6.น้ำ 1.3 กิโลกรัม
7.เกลือป่น

วิธีผลิต สูตร 2
1.นำน้ำเปล่า 1.3 กก.ตั้งไฟจนเดือดไอติมทอด
2.ละลายแป้งมันสำปะหลังรอ(ใส่น้ำนิดเดียวกวนพอหนืดมือ)
3.เท แป้งมันที่ละลายแล้วในน้ำเดือด ปิดแก๊ส รีบกวนอย่างเร็ว สังเกตดูว่า สุก ใส หรือไม่ (เทน้ำที่เดือดลงในแป้งมันที่ละลายแล้วจะสะดวกกว่า)
4.นำกะทิสด น้ำตาลทราย หัวนม หางนม เกลือป่น มาเทรวมกันในถัง แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกันไอติมทอด
5.นำส่วนผสมตามข้อ 4 (น้ำหวาน) กรองด้วยผ้าขาวบาง
6.นำแป้งมันที่กวนสุกใส ใส่ในถังใหญ่พอที่จะรองรับส่วนผสมทั้งหมดได้
7.นำน้ำหวานค่อยๆรินใส่ในถังแป้งมันสุก แล้วกวนไปเรื่อยๆ อย่ารินใส่คราวเดียวมากๆ เป็นเด็ดขาด จะทำให้ยากต่อการกวน
8.เมื่อกวนเข้ากันดีแล้วก็ให้ชิม ดูรสชาด แล้วนำเข้าเครื่องปั่นนาน 18 นาที

สูตรไอศครีมกะทิสด (รสน้ำมะพร้าวอ่อนน้ำหอม)

Picture11874_thumb_up
สูตรไอศครีมกะทิสด (รสน้ำมะพร้าวอ่อนน้ำหอม)

คุณสมบัติเด่นของสูตรนี้ไอศครีมทอด คือ มีความหวาน เย็น สดชื่น หอมกลิ่นกะทิสด เพิ่มความอร่อยด้วยโรยถั่วลิสงคั่ว พร้อมทั้งเนื้อมะพร้าวอ่อน จะทำให้อร่อย น่ารับประทานยิ่งขึ้น
สูตรนี้ไอศครีมทอด กำหนดปริมาณ และน้ำหนักรวมกันที่ 9 กิโลกรัม ใช้เครื่องปั่น เบอร์ 12
วัตถุดิบ
1.เนื้อมะพร้าวขูด 6 กิโลกรัม
2.มะพร้าวอ่อนน้ำหอม 4 ผล
3.เกลือป่น 2 ช้อนชา
4.น้ำตาลทราย 1.6 กิโลกรัม
5.น้ำเปล่า
วิธีผสม
1.นำ น้ำมะพร้าวอ่อนน้ำหอมที่ขูดเนื้อออกแล้ว( ซึ่งจะได้น้ำหนักโดยประมาณ 1.2 กิโลกรัม) ใส่กะละมัง และใส่ใบเตยหอมลงไปประมาณ 2-3 ใบ แล้วยกขึ้นตั้งไฟ ด้วยไฟ
อ่อน-กลาง พอน้ำแตกฟองปุดๆ ปิดแก๊ส ยกลง(ถ้าเราให้น้ำเดือดเราจะได้แต่กลิ่นหอมของใบเตย กลิ่นมะพร้าวน้ำหอมจะหายไป)
2.ขั้นตอนเตรียมน้ำกะทิ โดยนำเนื้อมะพร้าวขูด 6 กิโลกรัม มาคั้นให้ได้น้ำกะทิ 6 กิโลกรัม ดังนี้ไอศครีมทอด
2.1 ขั้นแรกราดน้ำอุ่นลงไปในมะพร้าวขูด แล้วขยำ คั้นครั้งที่ 1 ได้น้ำกะทิหนัก……กิโลกรัม
2.2 นำน้ำกะทิที่ได้ครั้งที่ 1 ไปหักออกจากน้ำหนัก 6 กิโลกรัม ผลลัพธ์ที่ได้คือ
น้ำหนักของน้ำอุ่น ที่จะใช้คั้นกะทิครั้งที่ 2ไอติมทอด
3. นำน้ำตาลทราย, เกลือป่น ,น้ำมะพร้าวอ่อนปรุงแต่ง และน้ำกะทิมาผสมในถัง แล้วกวนรวมกัน จนสังเกตเห็นว่า ทุกอย่างละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
4.นำส่วนผสมที่ได้ไปชั่งดู ถ้ายังไม่ได้ 9 กิโลกรัม ให้เติมน้ำเปล่าให้ได้ครบพอดีไอติมทอด
5.ให้ ชิมรสชาดดูว่า มีความหอม หวาน มัน เค็ม เป็นที่ถูกใจแล้วหรือยัง หรือควรจะเติมอะไรก็ให้เติมได้ในขั้นตอนนี้ และเรียกส่วนผสมนี้ว่า น้ำหวาน
6.นำน้ำหวานมากรองด้วยผ้าขาว บาง หรือกระชอนตาข่ายละเอียด เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม ปนเปื้อน เช่น กรวด ทราย ผิวของมะพร้าว เป็น ต้น
7.เทน้ำหวานที่กรองแล้ว ใส่หม้อปั่นไอศครีม ปิดฝา แล้วนำไปประกอบเครื่องปั่น
-5-

ขั้นตอนการปั่น
1.เสียบปลั๊กเริ่มปั่น
2.ใส่ น้ำแข็งในถังปั่นเกือบเต็มแล้วใส่เกลือประมาณ 2 จาน พอน้ำแข็งยุบก็ให้เติมน้ำแข็งและเกลือเพิ่ม สลับกันไป จนกว่าเครื่องจะหนืด จะใช้เวลาประมาณ 18 นาที
หมายเหตุ
1.สูตรกะทิสด 9 กิโลกรัม เราสามารถเปลี่ยนจากน้ำมะพร้าวเป็นอย่างอื่นหรือเปลี่ยนไปแต่งกลิ่นก็ได้ เช่น (ข้อสำคัญขอให้รวมน้ำหนักได้ 9 กิโลกรัม)
- น้ำดอกมะลิ
- วานิลา
- นมแมว
2.การ เติมน้ำแข็งในถังขาย ให้เติมน้ำแข็งครึ่งถัง แล้วใส่เกลือลงไปพอสมควรและให้ใช้ไม้อัดให้แน่น แล้วใส่น้ำแข็งสลับกับเกลือต่อไปจนเต็มถัง

Monday, August 19, 2013

"ไอศครีม" แปลก ๆ จากทั่วโลก

"ไอศครีม" แปลก ๆ จากทั่วโลก

ไอศกรีมไวอกร้า : เวเนซุเอลา


ร้าน ไอศกรีม Heladería Coromoto ใน Mérida ร้านที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนักในยุคแรกๆ ใช้เวลาหลายปีเพื่อให้ได้บันทึกลงในกินเนสบุ๊คว่าเป็นร้านที่มีรสไอศกรีมมาก ที่สุด ทั้งหมด 900 รส ที่นับได้ในปัจจุบัน (แม้ว่าจะมีให้เลือกแค่ 70 – 80 รส ในแต่ละวัน) ไวอกร้าก็เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีรสโค้ก ไดเอตโค้ก พริกไทย และแม้แต่ทูน่า

รสชาติ – ยากที่จะบอกรสชาติ ภายใต้สีฟ้าสดทำให้ระลึกถึงเม็ดยา ส่วนประกอบเฉพาะที่เป็นความลับ แต่มีรายงานว่ามาจากพืชธรรมชาติซึ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ



ไอศกรีม Haggis : ลอนดอน


Haggis อาหารของชาวสก๊อตทำจากเครื่องในแกะ และในแบบดั้งเดิมจะทำให้เป็นเหมือนไส้กรอกในท้อง ท้าทายอาหารจานอื่นๆ แม้เป็นอาหารแบบดั้งเดิมด้วยกัน แต่ที่ Morelli’s ซึ่งเป็นร้านในแฮรรอดส์ ได้ใส่เนื้อเยื่อของแกะลงไปในไอศกรีม นอกจากนี้ที่นี่ยังมีไอศกรีมอย่างอื่นด้วยทั้ง พุดดิ้ง Yorkshire หรือไส้กรอก

รสชาติ – โฆษกหญิงของแฮรรอดส์นั้นกล่าวว่า ไอศกรีม Haggsis มีรสค่อนข้างเข้มข้น



ไอศกรีมลาเวนเดอร์ : ฝรั่งเศส


ไอศกรีม โคนที่นี่ต้องไม่ธรรมดา จะตามหารสชาติและกลิ่นของที่นี่ ซึ่งหมายถึงดอกไม้ที่มีมากมาย ทั้ง ลาเวนเดอร์ กุหลาบ มะลิ ไวโอเล็ต และป๊อบปี้ส์ ที่ Fenocchio ร้านไอศกรีม ที่ Place Rossetti ใน Vieux Nice คุณสามารถหารสดอกไม้อย่าง black olive โรสแมรี่ ไธม (thyme) และ tomato basil

รสชาติ – สำหรับผู้ที่ชื่นชอบจะพบว่าลาเวนเดอร์และกุหลาบเป็นรสที่นุ่มนวล แต่ Peter Lind กูรูด้านรสของ Ben & Jerry พบว่าเมื่อบริษัทได้ทดสอบไอศกรีมกุหลาบที่ Vermont ชาวอเมริกันกลับไม่ประทับใจ มีชายคนหนึ่งกล่าวว่า “กลิ่นมันเหมือนรักแร้ของยายเลย”



ไอศกรีมอัณฑะสุนัขจิ้งจอก : ตุรกี


ไอศกรีม ของตุรกี หรือ dondurma ทำจากนมแพะและส่วนผสมที่เรียกว่า salep ซึ่งถ้าแปลตามตัวอักษรแล้วจะหมายถึงอัณฑะของสุนัขจิ้งจอก แต่จริงๆ แล้วมันคือแป้งจากหัวของกล้วยไม้ป่า ที่นำมาใช้ในไอศกรีม ตั้งแต่ที่มีการห้ามส่งออกกล้วยไม้ป่า คุณจึงสามารถซื้อได้ตามคาเฟ่หรือรถเข็นในอีสตันบูลเท่านั้น

รสชาติ – Dondurma เหนียวกว่าไอศกรีมทั่วไป อาจจะบอได้ว่าเหมือนลูกกวาดที่สุด มันจะละลายอย่างช้าๆด้วยแต่ก็ไม่เป็นน้ำแข็ง มีแลกโทสต่ำหว่าไอศกรีมที่ทำจากนมวัว ไอศครีมทอด



ไอศกรีมเบียร์ : เยอรมัน


ที่ Sarcletti ร้านไอศกรีมในมิวนิค ทำไอศกรีมเบียร์จาก Bavarian wheat สำหรับงาน Oktoberfest ในเดือนกันยายน ขณะที่ Rustico Restaurant ใน Alexandria ได้ทำตามออกมาสำหรับหน้าร้อน ซึ่งมักจะทำจากเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่ทำจากผลไม้เบลเยี่ยมไอศครีมทอด

รสชาติ – ขึ้นอยู่กับเบียร์ที่ใช้



ไอศกรีมชะเอมเทศเค็ม : สวีเดน


อ่าน ฉลากให้ดีๆ ก่อนที่คุณจะสั่งไอศกรีมในสตอกโฮล์ม Lakrits (Licorrice) อาจดูเหมือนดาร์คช็อคโกแลตหรือไอศกรีมช็อคโกแลตชิพ แต่เต็มไปด้วยรส salmiakki หรือ ชะเอมเทศเค็ม ที่ร้านไอศกรีม Glasshus ในสตอกโฮล์ม lakrits จะมีสีดำเหมือนถ่านไอศครีมทอด

รสชาติ – แม้ผู้ที่ชื่นชอบ licorice จะตามหาชิมรสที่เข้มข้น Salmiakki ที่ประกอบด้วยแอมโมเนียมคลอไรด์ และกลิ่นฉุนของเกลือ ไอติมทอด



ไอศกรีมทุเรียน : ฟิลิบปินส์


ผลิตภัณฑ์ จากทุเรียนจะมีกลุ่มคนที่ชอบ (จำนวนมากในเอเชีย) หรือ เกลียดกลิ่นฉุนๆ ไปเลย ดังนั้นจึงไม่ประหลาดที่คนฟิลิบปินส์จะชอบไอศกรีมทุเรียน ซึ่งบริษัทเนสเล่ในฟิลิบปินส์ทำออกมา

รสชาติ – ถ้าคุณอยากลองชิมทุเรียน นี่น่าจะดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้น ผู้ที่ชื่นชอบกล่าวว่ามันหวานแต่นุ่มนวลแบบทุเรียน แต่ก็ยังต้องใช้มิ้นท์เพื่อลมหายใจสดชื่นหลังทาน ไอติมทอด



ไอศกรีมกุ้งสับปะรด : ไต้หวัน


ตลาด ปลา Keelung ที่ Bisha port ร้าน Dr. Ice หรือที่รู้จักในชื่อ Shia Bing Hsieh Chiang มีเมนูไอศกรีมที่ฟังดูแล้วน่าจะเอาไปทำสลัดมากกว่าอย่าง กุ้ง สับปะรด ปลาหมึก ถั่วลิสง ไวน์ ม่ะม่วง สาหร่ายทะเล

รสชาติ – นึกถึงซุปกุ้งสับปะรดข้นๆ เย็นๆ แล้วคุณจะต้องชอบ คุณจะต้องไม่คิดว่ามันคืออาหารทะเล และของที่โรยคือพวกปลาแห้งหรือไข่ปลา



ไอศกรีมเนื้อม้าดิบ : ญี่ปุ่น


คน ญี่ปุ่นชอบผจญภัยมากในเรื่องอาหาร ศูนย์การค้า Sunshine City ที่ Ikebukuro ของเมืองโตเกียว คุณจะพบกับเมืองไอศกรีม ซึ่งคุณจะได้ลองไอศกรีมรสแปลกๆ (หรือน่ากลัว) เช่น ปลาหมึก และ งู ไปจนถึง “basashi vanilla” ซึ่งประกอบด้วยซูชิเนื้อม้า ฟังดูน่ากลัวใช่ไหม บางทีคุณอาจอยากลอง gyu tan หรือ ซอร์เบทลิ้นวัว ที่นั่นไม่ได้มีแค่ไอศกรีมท้องถิ่นเท่านั้นแต่ยังมีไอศกรีมจากต่างประเทศ ด้วย Baskin-Robbins รายงานว่ารสที่นิยมที่สุดในสาขาที่ญี่ปุ่นคือสตรอเบอรี่ชีสเค้ก

รสชาติ – เหมือนวานิลาและบางอย่างที่เหนียวมากๆ หวานเล็กน้อยแต่หวานแบบเนื้อกวาง

ไอศกรีมนมแพะ

Picture12036_thumb_up

ไอศกรีมนมแพะ

* สูตรผลิตภัณฑ์จากแพะไม่ว่าจะมาจากเนื้อแพะหรือนมแพะข้างล่างนี้ เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาจากงานวิจัยและบริการวิชาการของ บุคลากรภายในคณะเกษตรและชีวภาพ สำหรับผู้สนใจบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาหารคาวหวาน เมนูแพะไอศครีมทอด
ไอศกรีมเป็นผลิตภัณฑ์แช่เยือกแข็งชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จากน้ำนมไอศครีมทอด    สารปรุงแต่งกลิ่นรสน้ำตาลเดกซ์โตรสคอร์นไซรัป (dextrose corn syrup) อาจมีการเติมไข่ และสารให้ความคงตัว (stabilizer) ของผสมนี้เรียกว่ามิกซ์ (mix) ซึ่งถูกนำไปผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ (pasteurization) และโฮโมจีไนซ์ (homogenization) ก่อนนำไปปั่นแข็ง ซึ่งเป็นการดึงความร้อนออกอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการกวนเพื่อตีอากาศเข้าเนื้อผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ขึ้นฟูมีลักษณะเนื้อที่มีความเรียบเนียน (smoothness) และความนุ่ม (softness) ตามต้องการไอศครีมทอด
ส่วนผสม
น้ำนมแพะ     810  กรัม
น้ำมันพืช     20  กรัม
ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป     23.33  กรัม
น้ำตาลทราย     90  กรัม
นมผงพร่องมันเนย/มอลโตเดกซ์ตริน     160  กรัม
สารให้ความคงตัว (คาราจีแนน)     4  กรัม
วิธีทำ
  1. นำส่วนผสมที่เป็นของเหลวได้แก่ น้ำนมแพะ  น้ำมันพืช และไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป เทลงในหม้อต้ม
  2. ให้ความร้อนในหม้อต้ม 2 ชั้น จนถึงอุณหภูมิ 60 oC
  3. เท ส่วนผสมที่เป็นของแข็งได้แก่ น้ำตาลทราย นมผงพร่องมันเนย/มอลโต     เดกซ์ตริน และสารให้ความคงตัวที่ผสมเข้ากันแล้ว ลงในส่วนผสมที่เป็นของเหลว
  4. ให้ความร้อนต่อจนถึงอุณหภูมิ 70 oCไอติมทอด
  5. นำส่วนผสมมาปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน ที่ความเร็วรอบ 2200 รอบ/นาที       เป็นเวลา 5 นาที
  6. นำส่วนผสมมาให้ความร้อนต่อ จนถึงอุณหภูมิ 90 oC คงไว้ที่อุณหภูมิเดิม  นาน  5 วินาที
  7. นำมาทำให้เย็น จนถึงอุณหภูมิ 4 oCไอติมทอด
  8. บ่มที่อุณหภูมิ 4-6 oC นาน 24 ชั่วโมง
  9. นำไปปั่นในเครื่องปั่นไอศกรีมจนกระทั่งแข็งตัว
  10. ตักไอศกรีมออกจากถังปั่น ใส่ลงในภาชนะบรรจุที่เหมาะสม แล้วนำไปเก็บใน  ตู้แช่แข็ง (ประมาณ  -18 oC หรือต่ำกว่า) เพื่อทำให้ไอศกรีมแข็งตัวมากขึ้น
หมายเหตุ หากต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนผสมจากนมโคให้ใช้มอลโตเดกซ์ตรินแทน
ขอขอบคุณhttp://crugmec.wordpress.com/2010/02/09/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%B0/

Sunday, August 18, 2013

สูตรไอศกรีมชาเขียว

tyVGxl442156-02
ไอศกรีมชาเขียว
ไอศครีมชาเขียว
ชาเขียว คือ ยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบ หรือคั่วแห้งทันทีไอศครีมทอด โดย ไม่มีการนวดหรือหมักเลย จึงทำให้ใบชายังคงสีเขียวเอาไว้ได้ การดื่มชาเขียวเป็นประจำจะมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งในใบชาเขียวจะมีสารคาเทซินส์ มีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก เชื่อว่าดีกว่าวิตามิน อี ถึง 20 เท่า จึงช่วยป้องกันเซลล์ไม่ให้ได้รับอันตราย ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคร้ายอื่นๆ อย่างมะเร็ง ไอศครีมทอดโรค หัวใจ เบาหวาน และความแก่ก่อนวัย มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากในประเทศไทย จึงได้ประยุกต์นำไปประกอบทำอาหารไทยประเภทต่างๆ เช่น ไอศกรีมชาเขียว หน้าร้อนอย่างนี้ได้รับประทานสักหน่อยคงสดชื่นได้ดีเลย แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วยไอศครีมทอด
สูตรไอศกรีมชาเขียว
ส่วนผสมไอศกรีมชาเขียว
นมสด3ถ้วย
ไข่แดง1ฟอง
นมผง1ถ้วย
วิปปิ้งครีม1ถ้วย
น้ำตาลทราย3/4ถ้วย
กลิ่นชาเขียว1ช้อนโต๊ะ
ชาเขียวสำเร็จรูปชนิดผง3ช้อนโต๊ะ
สีผสมอาหารสีเขียว1ช้อนชา
วิธีทำไอศกรีมชาเขียว
วิธีทำไอศกรีมชาเขียว
  1. เทนมสดและน้ำตาลทรายใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ปั่นให้น้ำตาลทรายละลาย ใส่นมผง ปั่นต่อให้เข้ากันดี
  2. ใส่ไข่แดง วิปปิ้งครีม กลิ่นชาเขียว ชาสำเร็จรูปสีเขียว ปั่นเข้าด้วยกันให้เป็นเนื้อเดียวกันไอติมทอด
  3. เทส่วนผสมลงในหม้อ ตั้งไฟ โดยหมั่นคนบ่อยๆ จนส่วนผสมร้อนจัด หลังจากนั้น ให้ยกลง
  4. แช่หม้อในน้ำให้ส่วนผสมเย็น แล้วเทใส่กล่องพลาสติก แล้วนำไปบ่มในตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
  5. นำส่วนผสมใส่เครื่องปั่นไอศกรีม โดยปั่นจนเป็นไอศกรีม เนื้อเนียน เข้มขัน
  6. นำไอศกรีมไปแช่ตู้เย็นอีกครั้งจนเนื้อแข็ง ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ ได้ทันทีไอติมทอด

วิธีทำไอศกรีมสับปะรด

Picture11872_thumb_up
ไอศกรีมสับปะรด
ไอศกรีมสับปะรด
สับปะรด เป็นผลไม้ไทยชนิดหนึ่งที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีประโยชน์มากมายไอศครีมทอด เช่น ช่วยบำรุงหลอดลม หลอดเลือด บำรุงผิว และที่สำคัญมีวิตามินซีอยู่มากมาย โดยสับปะรดในประเทศไทยมีให้กินกันตลอดปีไอศครีมทอด การนำสับปะรดไปทำไอศกรีมสับปะรด จึงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะเราอยู่ในเขตร้อน ถ้าได้ไอศกรีมสับปะรดที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเย็น คงจะดับร้อนได้อย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการทำไอศกรีมสับปะรดก็ไม่ยากเลยไอศครีมทอด
ไอศครีมสับปะรด
ส่วนผสมไอศกรีมสับปะรด
เนื้อสับปะรด หั่นชิ้นเล็ก3ถ้วย
น้ำตาลทราย1ถ้วย
วิปปิ้งครีม2ถ้วย
น้ำมะนาว1ช้อนโต๊ะ
สูตรไอศครีมสับปะรด
วิธีทำไอศกรีมสับปะรด
  1. ผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ตั้งไฟให้เดือดจนเป็นน้ำเชื่อมไอติมทอด
  2. นำเนื้อสับปะรดที่สับเป็นชิ้นเล็กๆไปใส่ในน้ำเชื่อม รอจนสุกยกลงพักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อให้ส่วนผสมซืมเข้าไปในเนื้อสับปะรด
  3. นำส่วนผสม และน้ำมะนาวปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด แล้วเติมวิปปิ้งครีมลงไป ปั่นอีกครั้งจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีไอติมทอด
  4. นำส่วนผสมไอศกรีมไปบ่มในตู้เย็นประมาณ 5 ชั่วโมง แล้วนำเข้าเครื่องทำไอศกรีม ปั่นจนได้ไอศกรีมสับปะรดใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที
  5. ตักไอศกรีมใส่ถ้วย อาจจะตกแต่งด้วยสับปะรดให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟได้ทันที