Saturday, August 3, 2013

ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด

i-timtod_39
บท ความดี ๆ เกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจไอศกรีมแบบโฮมเมด จาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะนำแนวทางการทำธุรกิจ ที่คนเป็นเจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมดควรจะได้อ่านค่ะ
ที่มา : http://www.kasikornbank.com/th/Personal/ThePremier/Knowledge/SMEClinics/Pages/Start_UpBusiness.aspx

ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมดศูนย์วิจัยกสิกรไทย, มีนาคม 2555
ปัจจุบัน การเติบโตของตลาดธุรกิจร้านอาหารประเภทอาหารทานเล่น( Light Food) ซึ่งได้แก่ ร้านกาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และไอศกรีม กำลังเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ “ธุรกิจร้านไอศกรีม” กำลังเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ เนื่องจากธุรกิจร้านกาแฟ และธุรกิจร้านเบเกอรี่มีคู่แข่งในตลาดหลายราย ในขณะที่ธุรกิจร้านไอศกรีม โดยเฉพาะ ธุรกิจร้านไอศกรีมโฮมเมด ที่เพิ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ร้านไอศกรีมโฮมเมดน่า จะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งในด้านรูปแบบสินค้า กระบวนการผลิต ช่องทางการจำหน่าย การสร้างแบรนด์ งบประมาณการลงทุน และสัดส่วนตลาด ไอศกรีมโฮมเมด นับเป็นดาวรุ่งที่มาแรงที่สุด 
ไอศครีมทอด
อย่าง ไรก็ตาม เดิมไอศกรีมโฮมเมดผลิตเพื่อป้อนให้กับภัตตาคาร ร้านอาหาร หรือโรงแรมต่างๆ เพียงไม่กี่ราย แต่ในปัจจุบัน ตลาดไอศกรีมโฮมเมดมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ต่อปี หรือมีมูลค่าตลาดประมาณ 1,635 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30.0 ของมูลค่าตลาดรวมไอศกรีมพรีเมียม (คาดว่ามูลค่าตลาดประมาณ 5,450 ล้านบาท) เนื่องจากมีรสชาติที่หลากหลายและมีรูปแบบไอศกรีมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะร้าน โดยจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง แต่ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีการคัดเลือกใช้วัตถุดิบตามความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งใช้จำนวนเงินลงทุนไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับการตั้งโรงงานผลิต ไอศกรีม แต่ทั้งนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป รวมไปถึงจำนวนสาขาและปริมาณการผลิตที่อาจไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ บริโภค
ไอศครีมทอด
กลยุทธ์สำคัญของร้านไอศกรีมโฮมเมดคือการสร้างให้แตกต่าง (DIFFERENTIATION)ซึ่งการสร้างความแตกต่างสามารถทำได้จากหลายช่องทาง ดังนี้
ไอศครีมทอด
1. การสร้างความแตกต่างที่ตัวสินค้า (PRODUCT DIFFERENTIATION) 
ไอศกรีม รสชาติแปลกใหม่ ทำให้ไอศกรีมโฮมเมดแจ้งเกิดได้ในตลาด เช่น ไอศกรีมรสชาติผลไม้พื้นเมือง เช่น กระท้อน มะยม น้อยหน่า มะพร้าวอ่อน เป็นต้น หรือไอศกรีมสมุนไพร เช่น ชาใบหม่อน อัญชัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจการมีสินค้าแปลกใหม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป แต่ก็ต้องสินค้าคุณภาพรสชาติมาตรฐานที่ผู้บริโภคพึงพอใจด้วย
ไอติมทอด
2. การสร้างความแตกต่างที่ราคาขาย (PRICE DIFFERENTIATION) 
เสน่ห์ อย่างหนึ่งของไอศกรีมโฮมเมด คือ หากินไม่ง่ายโดยเฉพาะเจ้าอร่อย อาจเป็นเพราะกรรมวิธีการผลิต วัตถุดิบมีจำกัดหรือแพง ทำให้การตั้งราคาขายของร้านไอศกรีมโฮมเมดจึงขยับไปสูงได้กว่าไอศกรีมรสชาติ ปกติไปด้วย ซึ่งราคาขายของไอศกรีมโฮมเมดต่อหนึ่งสกู๊ปโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 35-50 บาทขึ้นไป
3. การสร้างความแตกต่างที่ช่องทางจำหน่าย (PLACE DIFFERENTIATION) 
ก่อน หน้าที่ไอศกรีมโฮมเมดจะเข้ามาเปิดตลาดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ได้นั้น ผู้ประกอบการไอศกรีมโฮมเมดจะตั้งร้านของตัวเอง (Stand Alone) โดยเลือกทำเลย่านชุมชน และใช้กลยุทธ์ปากต่อปากเป็นการเพิ่มลูกค้า นี่เป็นอีกเสน่ห์ของร้านไอศกรีม โฮมเมดที่ทำให้นักชิมหลายคนต้องดั้นด้นค้นหาเพื่อมาทานที่ร้านโดยเฉพาะ (Destination) ซึ่งจะเป็นส่วนในการสร้างแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ทำเลที่ตั้ง ต้องเป็นสถานที่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงต้องเป็นแหล่งศูนย์รวมมากพอที่ทำให้ลูกค้ามีโอกาส และมีความสะดวกในการใช้บริการ
ไอติมทอด
นอกจากกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความแตกต่างแล้ว ปัจจัยสำคัญที่เป็นส่วนประกอบของธุรกิจร้านไอศกรีมโฮมเมด คือ การบริการของพนักงาน ความเอาใจใส่ มารยาทสุภาพ และการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของพนักงาน จะมีผลต่อการเลือกบริโภคไอศกรีมของผู้บริโภคมากขึ้น และบรรยากาศของร้าน สามารถ สร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคได้ ดังนั้นการตกแต่งร้านต้องเน้นความแปลกใหม่และทันสมัย รวมทั้งต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และจะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมของของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

ไอศกรีมมีหลายชนิดสามารถแบ่งตามชนิดต่างๆ ได้ดังนี้

icecream4 
ไอศกรีมมีหลายชนิดสามารถแบ่งตามชนิดต่างๆ ได้ดังนี้

          1. ไอศกรีม ( lce Cream ) มีส่วนผสมของนม น้ำตาล ไขมันและเครื่องปรุงรส อื่นๆเช่นช็อกโกแลตวานิลลากาแฟหรือผลไม้เช่นสตรอเบอร์รี่ข้าวโพดเผือกเป็น ส่วนประกอบไอศกรีมพรีเมี่ยม มีส่วนผสมของไขมันมากที่สุด ในประเภทของ ไอศกรีมทุกชนิด การบริโภคไอศกรีมทั่วโลกคิดเป็น 70%ของบริมาณของหวาน แช่แข็งทั้งหมด 

ไอศครีมทอด

          2. ไอศกรีมหวานเย็นผสมนม ( Milk lce or lce Milk) มีปริมาณไขมันน้อยกว่า ไอศกรีมมีส่วนผสมของนม น้ำตาลและเครื่องปรุงรสอื่นๆสามารถผลิต ไอศกรีม ชนิดนี้ใด้ทั้งแบบเนื้อนุ่มและแบบเนื้อแข็ง

ไอศครีมทอด
           3. เชอร์เบท (Sherbet) ไม่มีไขมัน มีส่วนผสมสำคัญคือน้ำผลไม้และน้ำตาล มีนมเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กนัอยรสชาติออกเปรี้ยวและหวาน เนื้อไอศกรีม เชอร์เบทเหนียว เนียนละเอียด สีสวยสดใส 
ไอศครีมทอด

         4. ซอร์เบท์ (Sorbet) ไม่มีไขมัน มีส่วนผสมสำคัญ คือ ผลไม้(น้ำผลไมัหรือชิ้น เนื้อผลไม้บด) และน้ำตาล ซอร์เบท์มีปริมาณน้ำตาลมากที่สุดเนื้อไอศกรีมมี ลักษณะเป็นเกล็ดละเอียด นุ่มได้รสชาติผลไม้เข้มข้น 

ไอติมทอด

         5. ไอศกรีมหวานเย็น (Water Ice) ไอศกรีมหวานเย็น มีส่วนผสมหลัก คือ น้ำตาล น้ำเครื่องปรุงรสและกลิ่น ไม่มีส่วนผสมของไขมันมีปริมาณน้ำมากที่สุด สีและรส เป็นส่วนผสมสำคัญเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีสัน และรสชาติที่ต้องการส่วนใหญ่มี ลักษณะ เป็นแท่ง 

ไอติมทอด

         6. ไอศกรีมโยเกิร์ต (Y๐hGurt Ice Cream)มีส่วนผสมหลักคือไอศกรีมและโยเกิร์ต ซี่งจะให้รสชาติหวานกลมกล่อมแบบไอศกรีม และเปรี้ยวเล็กนัอยแบบโยเกิร์ต สามารถผลิตไอศกรีมโยเกิร์ตได้หลากหลายรสชาติเหมือนไอศกรีมทั่วไปแต่โดย ส่วนใหญ่จะใช้รสชาติผลไม้เป็นหลัก

ขอบคุณที่มาจากhttp://www.student.chula.ac.th/~53373185/page_3.htm

ประวัติไอศกรีม

     ประวัติไอศกรีม 
                       จุดเริ่มต้นของไอศกรีมในระดับสากล นายโทมัส อาร์ควินนี่ เล่าว่า การรับประทานไอศกรีมน่าจะเริ่มต้นกันมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรห์ แห่งอนาจักรโรมันที่ได้พระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่เหล่าทหารหาญที่อยู่ในกอง ทัพของพระองค์
แต่ ในขณะนั้นไอศกรีมเกิดจากเป็นการนำหิมะมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งและผลไม้ ต่อมาเรียกไอศกรีมประเภทนี้ว่า เชอร์เบ็ท(Sherbet)นั่นเอง แต่ตำนานนี้ก็หาได้เป็นแค่ตำนานเดียวที่เล่าสืบต่อกันมาถึงต้นกำเนิดของ ไอศกรีม หากแต่บางกระแสก็ระบุว่าบรรพชนของคนจีนค้นพบไอศกรีมเป็นครั้งแรก เมื่อประมาณ 4,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะของไอศกรีมในประเทศจีนทำมาจากข้าวบดผสมกับนมสดที่เย็นจนเป็นนำ แข็งและได้มีการสอนให้ทำไอศกรีมให้กับคนอินเดียและชาวเปอร์เชียอีกด้วย การก่อกำเนิดไอศกรีมตามตำนานประเทศจีนระบุว่า
เป็นเรื่องของความบังเอิญแท้ๆ ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนในสมัยนั้นเพิ่งจะมีการรู้จักรีดนมจาก สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในฟาร์ม เมื่อรีดออกมาจำนวนมากก็บริโภคไม่หมด ประกอบกับน้ำนมเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากๆ คนชั้นสูงเห็นท่าไม่ดี จึงเกิดแนวคิดนำน้ำนมไปหมกซ่อนไว้ในหิมะนัยว่าเพื่อต้องการที่จะถนอมน้ำนม เอาไว้รับประทานได้
      เล่ากันว่า"ไอศครีม"มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนในต่างประเทศ
ไอติมทอดทั้งนี้ได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะใช้รับประทานกันแต่ภายในวังเป็นส่วนใหญ่
ไอติมทอดเนื่อง จากไอศกรีมเป็นอาหารหวานที่ทันสมัยหรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหมาก็ ว่าได้ ใครได้ลองรับประทานไอศกรีมในสมัยนั้นก็ถือว่า เป็นคนที่ก้าวล้ำนำสมัยไปโดยปริยาย สืบสาวต้นกำเนิดไอศกรีมยุคโบราณ จุดเริ่มต้นของไอศกรีมในระดับสากล นายโทมัส อาร์ควินนี่ เล่าว่า การรับประทานไอศกรีมน่าจะเริ่มต้นกันมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรห์ แห่งอนาจักรโรมันที่ได้พระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่เหล่าทหารหาญที่อยู่ในกอง ทัพของพระองค์ แต่ในขณะนั้นไอศกรีมเกิดจากเป็นการนำหิมะมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งและผลไม้ ต่อมาเรียกไอศกรีมประเภทนี้ว่า เชอร์เบ็ท(Sherbet)นั่นเอง แต่ตำนานนี้ก็หาได้เป็นแค่ตำนานเดียวที่เล่าสืบต่อกันมาถึงต้นกำเนิดของ ไอศกรีมไม่ หากแต่บางกระแสก็ระบุว่าบรรพชนของคนจีนค้นพบไอศกรีมเป็นครั้งแรก เมื่อประมาณ 4,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะของไอศกรีมในประเทศจีนทำมาจากข้าวบดผสมกับนมสดที่เย็นจนเป็นนำ แข็งและได้มีการสอนให้ทำไอศกรีมให้กับคนอินเดียและชาวเปอร์เชียอีกด้วย การก่อกำเนิดไอศกรีมตามตำนานประเทศจีนระบุว่า เป็นเรื่องของความบังเอิญแท้ๆ ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนในสมัยนั้นเพิ่งจะมีการรู้จักรีดนมจาก สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในฟาร์ม เมื่อรีดออกมาจำนวนมากก็บริโภคไม่หมด ประกอบกับน้ำนมเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากๆ คนชั้นสูงเห็นท่าไม่ดีจึงเกิดแนวคิดนำน้ำนมไปหมกซ่อนไว้ในหิมะนัยว่าเพื่อ ต้องการที่จะถนอมน้ำนมเอาไว้รับประทานได้นานๆ

Friday, August 2, 2013

Y๐hGurt Ice Cream

icecream4
ไอศครีมทอด
ไอศกรีม โยเกิร์ต (Y๐hGurt Ice Cream)มีส่วนผสมหลักคือไอศกรีมและโยเกิร์ต ซี่งจะให้รสชาติหวานกลมกล่อมแบบไอศกรีม และเปรี้ยวเล็กนัอยแบบโยเกิร์ต สามารถผลิตไอศกรีมโยเกิร์ตได้หลากหลายรสชาติเหมือนไอศกรีมทั่วไปแต่โดย ส่วนใหญ่จะใช้รสชาติผลไม้เป็นหลัก เรามีตัวอย่างการทำไอศกรีมโยเกิร์ตดังนี้
ไอศครีมทอด

ไอศกรีมโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่

ไอศครีมทอด
ส่วนผสม
  • นม 750 มล.
  • โยเกิร์ต 500 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว  300 กรัม
  • น้ำ 250 มล.
ซอสสตรอเบอร์รี่
ไอติมทอด
  • สตรอเบอร์รี่แช่แข็ง 250 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม
ไอติมทอด
วิธีทำ
  1. เทสตรอเบอร์รี่แช่แข็งใส่ภาชนะ  แล้วโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง  พักไว้
  2. พอเริ่มละลาย  นำไปปั่นละเอียดเป็นซอส
  3. ต้มน้ำกับน้ำตาลจนเดือด  นำนมกับโยเกิร์ตลงผสม
  4. นำเข้าเครื่องปั่นหรือโถปั่นไอศกรีมประมาณ 15-20 นาที
  5. ค่อยๆโรยซอสสตรอเบอร์รี่เป็นชั้นๆ ขณะนำไอศครีมโยเกิร์ตออกใส่ภาชนะ

ไอศครีมกะทิโบราณ..ง๊ายง่าย

ไอศกรีมกะทิโบราณ
โดย...หมึกน้ำเงิน
ไอติมทอด
วันนี้หมึกน้ำเงินได้มีโอกาสมาเยือนบอร์ดหนมหวานน่ะเค่อะ
มาแล้วหมึกน้ำเงินไม่ได้มามือเปล่าเค่อะ นี่เลยๆมีไอศกรีม
โบร๊าณ โบราณมาฝากเค่อะ
ไอติมทอด
เริ่มเลยน่ะเค่อะ(เดี๋ยวก็รู้ว่าโบแค่ไหน)
ขั้นแรก นำลูกมะพร้าวไปปลูกเพื่อจะได้ใช้ลูกมาขูดคั้นเอากะทิ
โอ๊ะ...นานไปแล้วเค่อะ
เอางี้....ใช้กะทิผงหรือกะทิกระป๋องก็ได้เค่อะ หมึกน้ำเงินชอบใช้
กะทิกระป๋อง ง่ายดีเทโจ้กเลยเค่อะ...เหอๆ
เทใส่หม้อเข้าไปหนึ่งกระป๋อง ตั้งไฟกลางๆ ผสมน้ำตาลทรายลงไป
น้ำตาลจะใส่มากใส่น้อยก็แล้วแต่น่ะเค่อะ ใครอยู่ในช่วงอินเลิฟก็
เอาเยอะๆเข้าไว้ แต่ถ้าใครอกหักรักคุดสุดจาบัลย์เหมือนหมึกน้ำเงิน
ไม่ต้องใส่มากเค่อะ 2 ช้อนโต๊ะพอช้อนเก้าอี้ไม่ได้น่ะเค่อะผิดสูตรเค่อะ..
....คนให้เข้ากันเติมเกลือนิดหน่อยพอให้ปะแล่มๆ พอเดือดก็ยกลง

ไอศครีมทอด
เทใส่ภาชนะถ้วยโถโอชามรามไหกก็สุดแต่พระเดชพระคุณท่านเถิดเค่อะ
แล้วนำไปแช่แข็งในช่องฟีซของตู้เย็น ( เอ๊ะ..ชักยังไงๆแล้ว ในว่าสูตรโบราณ
โบราณเขามีตู้เย็นเหรอ...เอิ๊กๆๆๆ)
...พอแข็งปุ๊ปก็นำมาปั่นปั๊ป..(.ตู้เย็นยี่ห้อไหนเนี่ยะแข็งไวจัง)
ปั่นๆให้ละเอียดแล้วพักไว้
แล้วมาเตรียมอีกอย่างนึง....เตรียมครีมเค่อะเตรียมครีม
(ครีมนี้ใครจะเอาไปทาหน้าก็ไม่ว่าน่ะเจ้าเค่อะ..ถ้ากล้าพอ..เหอๆ)
ให้นำไข่ขาว ผสมน้ำตาลทรายและมะนาว
เอาล่ะสิทีนี้...สัดส่วนหรอเค่อะ..ตามใจชอบเจ้าเค่อะ แต่ถ้าตามใจหมึกน้ำเงิน
หมึกน้ำเงินชอบใส่ไข่ 2 ใบ น้ำตาลทรายช่วงนี้หมึกน้ำเงินรักคุดใส่น้อยหน่อย
แค่ 1 ช้อนแกง มะนาว 1 ซีกเพราะหมึกน้ำเงินไม่ใช่สาวเปรี้ยวเค่อะ..คริคริ..
...ตีครีมให้ข้นแล้วนำกะทิแช่แข็งที่ปั่นเรียบร้อยแล้วมารวมกัน
คนเบาๆให้นุ่มนวลสมเป็นกุลสตรีอย่างหมึกน้ำเงินน่ะเจ้าเค่อะ...อิอิ
คนไปเรื่อยๆจนเป็นเนื้อเดียวกัน จนเหนียวเป็นครีมข้น
...เรียบร้อยดีแล้วชิมรสพอใจแล้ว.....นำไปแช่แข็งอีกครั้งเจ้าเค่อะ
ก็จะได้ไอศกรีมทานเองที่บ้านอย่างง่ายๆแล้วเค่อะ
กินได้ก็กิน...กินไม่ได้ก็ลองทำใหม่จนกินได้น่ะเจ้าเค่อะ
.............แล้วพบกันใหม่เจ้าเค่อะ........

ไอศครีมทอด
..................................หมึกน้ำเงิน...๑๕ ธ.ค. ๕๒

ไอศครีมทอด
ต่อเติมอีกนิดน่ะเจ้าเค่อะ เมื่อวานออกรายการวันแรกเลยตื่นเต้นไปหน่อยเค่อะ
ทำให้หลงๆลืมๆ 
ช่วงที่ผสมทุกอย่างรวมกันครั้งสุดท้ายน่ะเจ้าเค๊อะ
ใครที่ชอบรสเผือก,รสฟักทอง,รถฮอนด้าเวฟ...ก็สามารถนำไปต้มแล้วบด
บดแล้วนำมาผสมเข้าไปด้วยก็ได้เค๊อะ
หรือใครจะแต่งกลิ่นนั่นนี่เข้าไปก็สุดแต่ใจปรารถนาเถิดเจ้าเค๊อะ
วันนี้เลยเอารูปที่หมึกน้ำเงินทำทานเองน่ะเค๊อะ..รสเผือกเค๊อะรสเผือก


ไอศครีมแท่งโบราณ

76586_8726371155
ไอ ศครีมแท่งโบราณนั้นจะมีหลายแบบหลายประเภทด้วยกัน อาทิ ประเภทที่ทำจากกะทิ ได้แก่ ถั่วดำ ลอดช่อง ข้าวโพด แมงรัก ถั่วเขียว ฯลฯ ประเภทที่ไม่มีไส้แต่มีส่วนผสมของนม   ได้แก่ กาแฟ โอวันติน ชาเย็น นมเย็น  เฮลบูลบอยน้ำเขียว น้ำแดง ฯลฯ และประเภทที่ทำจากน้ำอัดลม ได้แก้ โค้ก แฟนตา สไปท์ เป็นต้น
ไอศครีมทอด
     ถ้าพวกที่ทำจากกะทินั้นวิธีทำก็คือเราจะต้องนำเอากะทิคั้นสดพร้อมหาง(หาซื้อ ได้ตามตลาดทั่วไป) มาต้มกับน้ำตาลปี๊บและเติมกลิ่นวนิลาลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม เสร็จแล้วเคี่ยวให้เข้ากันพอเดือด ยกลงรอให้เย็น พอเสร็จแล้วเตรียมไส้ต่างๆโดยถ้าเป็นถั่วดำ ถั่วเขียว ข้าวโพด ให้นำไปต้มกับน้ำ
ส่วนเม็ดแมงรักให้นำน้ำร้อนเทใส่ลงไปรอให้พองตัวเป็นอันใช้ได้ ส่วนถ้าเป็นประเภทชา กาแฟ โอเลี้ยง นั้นให้นำไปต้ม เสร็จแล้ว รอให้เย็น

ไอศครีมทอด
     เมื่อเตรียมส่วนผสมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการปั่นไอศครีม
อุปกรณที่ใช้ในการทำไอศครีมแท่งโบราณได้แก่1.ถังปั่นไอศครีมขนาดจุได้ 100 หลอด
2.หลอดบรรจุไอศครีม
3.เกลือที่ใช้ทำไอศครีม
4.น้ำ
5.น้ำแข็งบด
6.เหยือกตวงส่วนผสม

ไอศครีมทอด
วิธีทำ1.เปิดฝาถังไอศครีม ถอดเอาถังชั้นในออกมา
2.เทน้ำแข็งบดลงไปกะให้คลุมมิดหลอดไอศครีมพอดี
3.เติมเกลือลงไปประมาณ 1-2 ขันน้ำ
4.คลุกให้เข้ากัน แล้วค่อยๆเติมน้ำลงไปให้พอใส่หลอดไอศครีมลงไปได้
5.ยกถังชั้นในใส่กลับเข้าไปในถังไอศครีมเหมือนเดิม
6.นำ น้ำกะทิที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วมาใส่รวมกับไส้ต่างๆที่เตรียมไว้ค่อยๆเท ใส่ลงไปในหลอดไอศครีมไม่ต้องเทจนเต็มหลอด (ถ้าเป็นพวก ชา กาแฟ สามารถเทลงไปในหลอดได้ทันที)
7.นำหลอดไอศครีมเสียบลงไปในถังปั่น ปักไม้ไอศครีมตามลงไป
8.ปิดฝาถังแล้วคอยเขย่าเรื่อยๆเพื่อให้ไอศครีมแข็งตัวเร็วขึ้น ประมาณ 15 นาที
9.เปิดฝา นำหลอดไอศครีมออกมาค่อยๆถอดไม้ไอศครีมขึ้นมาโดยนำหลอดไปจุ่มในน้ำ
10.นำไปใส่ในถุงหรือซองพลาสติก เก็บไว้ในตู้ไอศครีม พร้อมจำหน่าย

ไอติมทอด
     จะเห็นว่าการทำไอศครีมแท่งโบราณนั้นทำง่าย ลงทุนน้อย สามารถเตรียมการเพียงคนเดียวได้ อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย
ไอติมทอด
ข้อดีของการขายไอศครีมแท่งโบราณ- ระยะเวลาในการทำไอศครีมแท่งโบราณจะอยู่ที่ ไอศครีม 100 แท่ง ใช้เวลาทำเพียง 15 นาที เท่านั้น
- เงินลงทุนเริ่มแรกเปิดร้านไม่เกิน 8,000-10,000 บาท
- ต้นทุนในการทำอยู่ที่แท่งละ 2 บาท ขาย  7-10 บาท จะได้กำไรแท่งละ 5-8 บาท วันนึงขาย 100 แท่ง จะได้กำไร 500-800บาท/วัน
- ดูแลง่าย สามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้โดยสามารถจ้างพนักงานขาย และสามารถขยายสาขาได้ง่าย
- ขายง่ายเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน คนส่วนใหญ่นิยมทานไอศครีมกันอยู่แล้ว
- ใช้พื้นที่เปิดร้านไม่มาก แค่มีพื้นที่ขนาด 1.2 เมตร ก็สามารถสามารถขายได้แล้ว
- หาทำเลขายง่าย ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่หน้าโรงเรียน ตามตลาดนัดต่างๆ สวนจตุจักร ริมถนนตรงทางเท้า ฯลฯ


http://www.lekcooking.com/view_course.php?id=65&ไอติมโบราณ%20สอนทำไอศครีมโบราณ

ไอศกรีมโบราณที่ถูกลืม

5ED339B2-0E37-4B23-A0D6-D008E0DB2437
จะ ว่าเป็นไอศกรีมก็ไม่ใช่หรือจะเป็นหวานเย็นเกล็ดหิมะก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ กินแล้วเย็นกายเย็นใจแถมยังได้ย้อนยุคกินของหวานของคนรุ่นคุณตาคุณยายอีก ด้วย
ไอศกรีมโบราณ  
ไอศครีมทอด

ส่วนผสม (12 ที่)
เวลาเตรียม 15 นาที  เวลาปรุง 4 ชั่วโมง
ไอศครีมทอด
  • กะทิสด  1 ถ้วย
  • มะพร้าวน้ำหอม  2 ลูก (แยกน้ำและเนื้อไว้)
  • น้ำเปล่า  2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายขาว  1 1/2  ถ้วย
  • เกลือป่น   2  ช้อนชา
  • ขนมไข่หรือเค้กถ้วย 12 ชิ้น
ไอศครีมทอด
วิธีทำ
ไอติมทอด
  1. นำกะทิสดใส่หม้อตั้งไฟให้พอร้อนเพื่อฆ่าเชื้อแต่ระวังอย่าให้เดือด พักไว้ เฉาะมะพร้าวแยกส่วนน้ำและเนื้อเอาไว้
  2. ใส่กะทิสด น้ำมะพร้าวและน้ำตาลทรายลงในชามผสม คนจนน้ำตาลละลายหมด จากนั้นเติมน้ำและปรุงรสด้วยเกลือ
  3. รอ ให้ส่วนผสมเย็นสนิทแล้วจึงนำไปแช่แข็งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ปั่นส่วนผสมพร้อมเนื้อมะพร้าวที่ขูดเก็บ ไว้ ให้เข้ากันจนมีลักษณะคล้ายน้ำผลไม้ปั่น 
  4. หั่นขนมไข่เป็นชิ้นสี่ เหลี่ยมเล็กใส่ก้นแก้วหรือก้นถ้วย ตักไอศกรีมที่ปั่นไว้ราดหน้าให้เต็มแก้ว ควรให้ไอศกรีมมากกว่าขนมไข่นิด หน่อย ก่อนกินคนให้เข้ากัน
 Tips
ไอติมทอด
  • ควรใช้กะทิสดคั้นใหม่ๆ จะทำให้ไอศกรีมหอมอร่อย
  • ขนมไข่หรือเค้กถ้วยควรเลือกให้รสหวานน้อย เพราะไอศกรีมมีรสหวานอยู่แล้ว 
ที่มาจาก : healthandcuisine.com